สวนยางยั่งยืน แปลงนายยืนยง นุ่นลอย

ทำสวนยางพาราแบบผสมผสานเชิงวนเกษตร

  • ที่อยู่ : 20/3 ม.1 ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
  • โทร : 0982953756
กิจกรรม
ความรู้
บริการ
นายยืนยง  นุ่นลอย มีแรงจูงใจในการทำสวนยางยั่งยืน อันเนื่องมาจากในวัยเด็กเกิดในครอบครัวเกษตรกรชาวสวนยางพารา และเคยชินกับวิถีชีวิตในสวนยางแบบดั้งเดิม พ่อแม่ทำไร่นาสวนผสม ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำไร่นาสวนผสม มีรายได้ตลอดปี ในขณะที่สวนยางเชิงเดี่ยวล้วนประสบปัญหา เช่น มีฤดูฝนที่ยาวนานตลอดปี และราคาผลผลิตตกต่ำ แม้ว่าจะมีพื้นที่ปลูกยางเยอะก็มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และตัวเองก็มีความชื่นชอบในวิถีนี้ จึงได้ศึกษา หาความรู้จากช่องทางต่างๆเพิ่มเติม ทั้งลองผิดลองถูก เติมนู่นผสมนี่เข้าไปในสวนยางของตนเอง โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2544 ขยายพื้นที่ปลูกยางพารา 62 ไร่ จากเดิมระยะปลูก 4 x 8 เมตร ในพื้นที่ลาดชันก็จะยืดออกเป็น 4 X 12 เมตร และจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งเอาไว้ทำไร่นาส่วนผสม มีกล้วยเล็บมือนาง กาแฟ ข้าวไร่ และไม้ตะเคียนทอง และเพิ่มเติมต้นไม้ให้กับแปลงทุกปีมาจนถึงปัจจุบัน
 
นายยืนยง  นุ่นลอย การทำพืชร่วมยาง คือ การใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างคุ้มค่า โดยตอบโจทย์เรื่อง สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน การผสมผสานพืชพันธุ์ต่างๆให้อยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดระบบห่วงโซ่อาหารที่สมดุล  ปัจจุบันมีไม้ป่ามากกว่า 50 ชนิด และมีผลไม้ตามฤดูกาลมากาย มีพืชผักและสมุนไพรอีกนับไม่ถ้วน มีเห็ดต่างๆ และต้นไม้ที่เกิดเองตามธรรมชาติ รวมถึงสัตว์ป่าต่างๆ ด้วย ด้านการปศุสัตว์ มีการเลี้ยงวัว หมู แพะ เป็ด ไก่ เพื่อนำมูลสัตว์มาทำปุ๋ยใช้ประโยชน์ในการเกษตร มีไข่ไก่เป็นอาหารโปรตีนทุกวัน และมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตการเกษตรตลอดปี และยังมีบ่อปลาอีก จำนวน 5 บ่อที่เลี้ยงปลาไว้แบบปล่อยตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อีกด้วย ปัจจุบันสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยและสารชีวภัณฑ์ต่างๆได้มากกว่าเดิม ได้รับผลประโยชน์จากพืชผักอาหารปลอดภัย และไม้ที่ปลูกไว้ก็นำมาแปรรูปใช้ได้แล้ว ทั้งสร้างที่อยู่อาศัย บ้านพักคนงาน คอกปศุสัตว์ ทำเฟอร์นิเจอร์และจำหน่าย หรือเป็นเชื้อเพลิง ได้อีก แม้จะเป็นรายได้อย่างละเล็กอย่างละน้อย แต่ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข มีเหลือพอแบ่งปัน ทั้งสิ่งของทั้งความรู้ให้กับมิตรสหาย ดังเช่นคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า “บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น” นับว่าเป็นความจริงทุกประการ ที่สำคัญที่สุดคือ “ความสุข” สุขจากสภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้มีสุขภาพจิตดี คิดดี ทำสิ่งดี ลด ละ เลิก จากอบายมุขทั้งปวง ทำให้เราไม่มีหนี้สิน มีความพอเพียง มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น นี่คือความสุขที่เรียกว่า พอเพียง มั่งคั่ง และยั่งยืน
 
นายยืนยง  นุ่นลอย ทำสวนยางพาราแบบผสมผสานเชิงวนเกษตร มากว่า 20 ปี ทำให้มีพืชพันธุ์ที่หลากหลาย มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ทุกกิจกรรมที่เพิ่มเติมลงในแปลงสามารถเกื้อกูลกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ  ต้นยางพาราในสวนแข็งแรงต้านทานโรคได้ดี นอกจากจะได้ผลผลิตจากยางพาราที่มากขึ้นแล้ว ยังมีรายได้จากผลผลิตอื่นๆ และกิจกรรมทางการเกษตรที่หลายหลายกว่าเดิม ต่อมาจึงเริ่มปลูกไม้ใช้สอยเพิ่มเติม เช่น ไม้สัก พยุง กันเกรา พยอม  สาทร  กฤษณา และพืชผักผลไม้อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ขนุน จําปา กระท้อน และมะม่วง สังเกตได้ว่าพืชทุกชนิดที่ผสมลงไปสามารถเจริญเติบโตและเกื้อกูลกันได้ตามธรรมชาติ มี “ระบบนิเวศพืชร่วมยาง” ครบทั้ง 4 ด้าน คือ
    1) ด้านสิ่งแวดล้อม สวนยางพารามีความอุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศใกล้เคียงกับความเป็นป่า มีความชุ่มชื้น ได้ปริมาณน้ำยางมาก และเปอร์เซ็นต์น้ำยางดี
    2) ด้านสุขภาพ เกษตรกรและผู้บริโภคมีสุขภาพดีเพราะได้บริโภคอาหารที่ปลอดสารพิษ การปศุสัตว์เป็นระบบอินทรีย์ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิต
    3) ด้านเศรษฐกิจ เป็นแหล่งรายได้ให้กับครอบครัว มีรายได้ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน สามารถลดต้นทุนการผลิตในการทำสวนยางพาราได้ เช่น นำมูลสัตว์มาทำปุ๋ยหมัก ทำสารชีวภัณฑ์ต่างๆ นำไม้ใช้สอยที่ปลูกไว้มาทำเชื้อเพลิง ใช้ประโยชน์ และจำหน่าย และทุกอย่างสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าได้อีกในอนาคต
    4) ด้านสังคม มีการแบ่งปันผลผลิตให้กับมิตรสหายและชุมชน ทำให้สังคมน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เกิดความรักความสามัคคี เวลามีงานในพื้นที่ เช่น งานบวช งานศพ และอีกหลายๆ งาน ก็จะเอาผลผลิตที่แต่ละบ้านมีนำมาช่วยกัน ทำให้เจ้าภาพสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก คนเกื้อกูลกันเหมือนต้นไม้ที่เกื้อกูลกัน

แปลงนายยืนยง นุ่นลอย